เช้านี้ผมว่างจัดเพราะว่าผมเที่ยวหลวงพระบางมาประมาณ 3 วันแล้ว เช้านี้ก็เลยขอเที่ยวแบบสบาย ๆ ริมแม่น้ำโขง นั่งดูวิถีชีวิตผู้คนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งโขงและผู้คนที่อยู่อีกฝากฝั่งหนึ่ง นั่งดูเพลินก็เกิดคำถามขึ้นมาว่าส่วนมากผู้คนที่นี่เขาทำมาหากินอะไรกันบ้าง นับว่าเป็นสิ่งที่ดี หลังจากที่ได้ตระเวนเที่ยวมา 3 วัน ปั่นจักรยานเที่ยวตลอด เช้านี้มานั่งจิบกาแฟริมน้ำโขง บรรยากาศเงียบสงบ นั่งไปก็นึกคิดย้อนไปถึงตั้งแต่วันแรกที่มาที่นี่ คิดถึงเรื่องราว ต่าง ๆ ผู้คน มิตรภาพ และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนที่นี่ที่ผมได้พบเจอมานับว่าเป็นประสบการณ์ชีวิตที่ดีเยี่ยมในชีวิตของผมเลยครับ

ท่าเรือ หลวงพระบาง (8)ท่าเรือ หลวงพระบาง (7)ท่าเรือ หลวงพระบาง (1) ท่าเรือ หลวงพระบาง (7)port Luang Prabang (7)port Luang Prabang (2)
หลังจากนั้นสักพักใหญ่ ๆ ผมมองเห็นเรือที่กำลังแล่นข้ามแม่น้ำโขงอยู่ ก็เลยนึกขึ้นมาว่า มาอยู่หลวงพระบางหลายวัน ทั้งเดิน ปั่นจักรยาน นั่งรถเท็กซี่ก็ทำมาหมดแล้ว เหลืออยู่อย่างเดียวก็คือนั่งเรือ ใจนึงก็ไม่ค่อยกล้าเพราะว่ารู้สึกกลัวครับ ตอบได้อย่างไม่อาย เพราะแม่น้ำโขงมันกว้างมาก และสีของน้ำก็แดงคล้ำ ๆ ผมตัดสินใจอยู่นาน สุดท้ายก็เลยคิดว่าไหน ๆ ก็มาแล้ว หากไม่ลองคงเสียดายโอกาสน่าดู ผมก็เลยเดินลงไปสอบถามชาวบ้านว่าถ้าผมจะนั่งเรือข้ามไปฝั่งโน้นต้องทำยังไงบ้าง เขาบอกว่าไม่ต้องทำอะไร แค่เดี๋ยวเรือมาก็ขึ้นไปนั่งเลย ค่าโดยสารประมาณ 3000 กีบ ไปกลับ 6000 กีบ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 12 บาทครับ ผมเลยไม่ลังเลที่จะลองนั่งเรือข้ามแม่น้ำโขงในครั้งนี้ครับ

ท่าเรือ หลวงพระบาง (15)ท่าเรือ หลวงพระบาง (22)ท่าเรือ หลวงพระบาง (17)ท่าเรือ หลวงพระบาง (5)ท่าเรือ หลวงพระบาง (6)
เรือที่ใช้โดยสารจะเป็นเรือหางยาวส่วนใหญ่ ซึ่งจะมีอยู่หลายลำพอสมควรครับ แต่เท่าที่ผมเห็นจะมีเรือลำใหญ่ประมาณ 2 – 3 ลำที่มีหลังคา คิดว่าใช้สำหรับบรรทุกของหนัก ๆ ไปด้วย อย่างเช่น มอเตอร์ไซค์ เป็นต้นครับ พอเรือมาถึงผมก็ไม่รอช้าที่จะขึ้นไปนั่งประมาณแถวที่ 4 ตรงช่วงกลาง ๆ ของเรือครับ รอบนี้มีผู้โดยสารเต็มทุกที่นั่งเลย ผมเลยกลัวนิด ๆ ว่าจะจมมั้ยน้อ พอเรือออกตัว ดูเหมือนว่าเค้าจะต้องขับไปตรง ๆ ก่อน แล้วถึงจะเลี้ยวเป็นแนวแทยงมุมก่อน แล้วค่อยๆเลี้ยวไปทางซ้าย หรือทางขวาครับ นั่งไปสักพักประมาณ 5 นาทีก็ถึงฝั่งตรงข้าม

port Luang Prabang (9) port Luang Prabang (14)port Luang Prabang (11)port Luang Prabang (1)

ผมก็เลยเดินขึ้นไปบนฝั่งสักพัก ฝั่งนี้ก็เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง ฝั่งตรงข้ามเมืองหลวงพระบางครับ แต่น่าเสียดายที่เดินเที่ยวได้ไม่นาน และไปได้ไม่ไกล เพราะต้องเตรียมตัวนั่งเรือข้ามฝากกลับมา สรุปทริปนั่งเรือข้ามแม่น้ำโขงทำให้ผมได้เห็นวิถีชีวิตของผู้คนที่อาศัยบนพื้นที่ชีวิตเล็ก ๆ ของพวกเขา ซึ่งจะบอกว่าวิถีของผู้คนทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขงนั้นช่างแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ ฝั่งหนึ่งเต็มไปด้วยสีสันที่อบอวนไปด้วยแสงและสีแห่งเศรษฐกิจ แต่อีกฝั่งหนึ่งเต็มไปด้วยสีสันที่อบอวนไปด้วยแสงและสีแห่งวิถีชีวิตดั้งเดิม ที่อาจยังไม่มีโอกาสได้แต่งแต้มสีสันอื่น ๆ และสิ่งสุดท้ายที่ผมได้ นั่นก็คือการก้าวข้ามความกลัวที่มันฝังอยู่ในใจของผม